สมาคมฟุตบอลไทย

สมาคมฟุตบอลไทย ประชุมหารือหวั่นเศรษฐกิจไม่ดีกระทบสมาคม

สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้มีการประชุมหารือเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2018 ที่ห้องประชุม Come Together ภายในสมาคมเพื่อพูดถึงเกี่ยวกับเศรษฐกิจของไทยในขณะนี้เผยหวั่นกระทบสมาคมขาดสปอนเซอร์สนับสนุน

สมาคมฟุตบอลไทย

การประชุมดังกล่าวมี พล.ต.อ.ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ เป็นประธานจัดการประชุมร่วมด้วยคณะ

กรรมการสมาคมประชุมหารือ อาทิ พล.ต.ท. พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมฯ,  ธนศักดิ์ สุระประเสริฐ อุปนายก

ฝ่ายสื่อสารองค์กร,  ศุภสิน ลีลาฤทธิ์ อุปนายกฝ่ายจัดการแข่งขัน,  ลัขณานันท์ ลักษมีธนานันต์ อุปนายกฝ่ายบัญชี

และการเงิน,  วิทยา เลาหกุล อุปนายกฝ่ายพัฒนาเทคนิค , พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและ

โฆษกสมาคมฯ, มร.เบนจามิน ตัน รองประธานฝ่ายบริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด และผู้อำนวยการคลับไลเซนซิง

สมาคมฯ, กรวีร์ ปริศนานันทกุล รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด และสภากรรมการ

เจ้าหน้าที่สมาคมฯ เข้าร่วมประชุม โดยจุดประสงค์การประชุมนี้เพื่อมองจุดแก้ไขข้อบกพร่องบางข้อทั้งในเรื่องขอ

งกฏหมายและปรับปรุงในส่วนที่ควรปรับปรุง รวมถึงจัดสรรและประเมินงบประมาณว่าทางสมาคมมีรายได้เท่าไหร่

รวมถึงได้มาจากไหนบ้างและในแต่ละปีสมาคมได้งบประมาณเท่าไหร่บ้าง ที่มาทางสมาคมก็ได้เงินจากรัฐบาลและ

กกท. ก็ตามแต่ทว่ารายได้หลักก็มาจากสปอนเซอร์เช่นกัน ทั้งนี้ก็มีความไม่แน่นอนซึ่งคงต้องประเมินสภาพทาง

เศรษฐกิจด้วย ถ้าเศรษฐกิจดีก็มีผู้สนับสนุนเยอะ ถ้าไม่ดีก็ต้องคิดให้รอบคอบ นอกจากนี้ทางสมาคมยังเผยถึงหนี้

สินของคณะกรรมการชุดเก่าซึ่งปัจจุบันทางสมาคมก็ได้ชำระหนี้สินทั้งหมดครบหมดแล้วไม่ว่าจะเป็นจากสรรพากร

หรือเจ้าหนี้จากการทำธุรกรรมในอดีตที่ผ่านมา ทั้งนี้ในปัจจุบันฟุตบอลไทยเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นทั้งการ

อบรมโค้ชก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งเงินที่เหลือก็นำมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดรวมถึงการอบรมผู้ตัดสินทั้งใน

และต่างประเทศ ในส่วนของการสร้างศูนย์ฝึกและสนามฟุตบอลนั้นก็ต้องมีผู้สนับสนุนในการพัฒนาสโมสรต่างๆ

จากการประชุมนี้ทางคณะกรรมก็ได้เปิดเผยจำนวนเงินของสมาคมด้วยว่าทางสมาคมมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 300 ล้าน

บาทซึ่งต้องใช้จ่ายและบริหารอย่างประหยัดและโปร่งใสเพื่อไม่ให้เงินรั่วไหลรวมถึงการใช้จ่ายสิ่งที่ไม่จำเป็น เพื่อ

ให้มีเงินที่สามารถบริหารได้ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดีหรือในช่วงที่ไม่มีสปอนเซอร์เข้ามา ทั้งนี้ทางสมาคมมีหนี้สินคง

ค้าจากสรรพากรทั้งหมดราว 200 ล้านบาทซึ่งเมื่อมีการเปรียบเทียบกันว่าหากสมาคมมีเงินอยู่ราว 400 ล้านบาท

ชำระหนี้ 200 ล้านบาท ยังคงเหลือเงินอีก 200 ล้านบาทในการจ่ายบริหารสมาคม ทั้งนี้สำหรับการสร้างสนามฟุตบ

อลสเตเดี้ยมนั้นทางสมาคมก็ได้แบบอย่างที่ดีจากทางญี่ปุ่นและมาเลเซียที่สามารถบริหารจัดการซึ่งทำให้รายได้

เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งคาดว่าทางสมาคมจะต้องหารือเรื่องการสร้างสนามฟุตบอลในอนาคตเพื่อให้บอลไทยถัดเทียมชาติ

ต่างๆของเอเชียมากขึ้นด้วย